เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย!!! “หนุ่มเกาะสมุย” สอบบรรจุเป็น “นายตำรวจนิวซีแลนด์คนแรก”ของประเทศ เผย….แรงผลักดันสำคัญที่นำสู่จุดนี้ได้

วันนี้เจ๊สายและทีมงานได้ติดตามข่าวสารมาฝากลูกเพจที่น่ารักทุกคนนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว ตามทีมงานเจ๊สกายไปดูกันเลยค่า

นับได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี และเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้เลยทีเดียว เมื่อนายศุภวิทย์ เจริญสุข หรือ โบ๊ท หนุ่มไทยวัย 26 ปี จากเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สอบบรรจุเป็นนายตำรวจของประเทศนิวซีแลนด์ได้เป็นคนแรกของประเทศไทย โดยเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นายประวิทย์ เจริญสุข และนางรัชนี เจริญสุข ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของนายศุภวิทย์

จากนั้นจึงได้วิดีโอคอลไปหานายศุภวิทย์ ที่ประเทศนิวซีแลนด์ โดยนายศุภวิทย์ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อ8 ปีที่แล้ว ตนได้เรียนที่อัมสัมชัญศรีราชา แล้วเดินทางไปทำงานที่ประเทศนิวซีแลนด์ ด้วยการเป็นเด็กล้างจาน และไต่เต้าจนมาเป็นเชฟทำอาหาร และเรียน จนได้หนังสือเดินทางเป็นวีซ่าถาวร เป็นพลเมืองประเทศนิวซีแลนด์ และได้เข้าสอบเป็นนายตำรวจ โดยเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมาเพิ่งเข้าไปรายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาของสถานี และทำงานเป็นวันแรกโดนมีนายตำรวจรุ่นพี่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำประมาณ 5 สัปดาห์ และต้องปฏิบัติหน้าที่อีก 2 ปี ก่อนจะลงเลือกหน่วย ซึ่งตั้งใจว่าจะลงเลือกหน่วยคอมมานโด

ทั้งนี้ นายศุภวิทย์ ยังบอกอีกว่า ได้มีนิตยสารของตำรวจประเทศนิวซีแลนด์ ชื่อ “เท็นวัน” ได้นำประวัติและเรื่องราวของตนเองไปตีพิมพ์ และสื่อของประเทศนิวซีแลนด์ก็ให้ความสนใจ และมาขอสัมภาษณ์ตนเองเช่นกัน ที่เป็นคนไทยและมีอายุน้อยที่สุดคนแรกที่ได้เป็นตำรวจของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งตนรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มาอยู่ตรงนี้ได้ โดยเป็นความฝันแรกๆเลยที่จะเป็นตำรวจ ขอขอบคุณพ่อและแม่ที่ให้กำลังใจมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่มานิวซีแลนด์ มีวันนี้ได้ก็เพราะท่านทั้งสองที่คอยให้คำปรึกษาทุกเรื่อง นายศุภวิทย์ กล่าว

 

ส่วนทางด้าน นางรัชนี ได้เปิดเผยว่า เป็นความภาคภูมิใจที่สุดเลย ไม่คิดว่าลุกชายจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจที่สอบได้เป็นตำรวจประจำประเทศนิวซีแลนด์ และเป็นคนไทยเชื้อสายไทยแท้ร้อยเปอร์เซนต์ที่เป็นตำรวจนิวซีแลนด์คนแรกของประเทศไทย เป็นความภาคภูมิใจอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาได้สอนลูกชายตลอดขณะที่อยู่ที่ประเทศไทยว่า วัฒนธรรมไทยไปไหนมาไหนต้องยกมือไหว้อ่อนน้อมถ่อมตน และลูกชายเป็นคนจริงจังกับชีวิต นอกจากนี้แทบไม่เคยส่งเสียให้ลูกเลย เพราะลูกบอกจะหางานหาเงินด้วยตัวเอง ขอให้พ่อกับแม่เป็นกำลังใจก็พอ แต่ที่สงสารลูกชายมากก็คือการฝึก เนื่องจากเป็นการฝึกแบบทรหดมาก

ส่วนนายประยูร พ่อของนายศุภวิทย์ได้กล่าวเพียงสั้นๆว่า สอนลูกมาตลอดว่าขอให้ใช้เงินอย่างมีประโยชน์ และลูกชายก็ไม่เคยทำให้พ่อแม่เสียใจ และสิ่งที่ภาคภูมิใจก็คือ มีความภาคภูมิใจที่ธงชาติไทยไปไสวในต่างแดน