ทีมแพทย์ยังสยอง!! “หนุ่มวัย 19” ปวดหัวมานานกว่า 2 ปี นึกว่าเป็นไมเกรน สุดท้าย…ไปเอ็กซเรย์ ถึงกับพูดไม่ออก…เมื่อพบ “สิ่งน่ากลัว” ภายในสมอง!!

วันนี้เจ๊สายและทีมงานได้ติดตามข่าวสารมาฝากลูกเพจที่น่ารักทุกคนนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว ตามทีมงานเจ๊สกายไปดูกันเลยค่า

เจ๊สกายได้นำเรื่องราวความสยองเกิดขึ้นกับ “นายเหวิน เซียวลี่” หนุ่มชาวจีนวัย 19 ปี ที่มีอาการปวดหัวเรื้อรังตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองเป็นไมเกรนจึงไปหาซื้อยามากิน แต่อาการก็ไม่ทุเลาลง สุดท้ายทนไม่ไหวจึงตัดสินใจเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจรักษา

เมื่อทีมแพทย์จึงได้ทำการเอกซเรย์สมองของเขา ก็ต้องอึ้ง! เมื่อพบว่าเขามี “อาการของโรคสปาร์กาโนซิส ที่เกิดจากพยาธิฝังตัวอยู่ในสมอง” โดยเผยถึงที่มาของพยาธิตัวดังกล่าวว่า “คาดว่าอาจเกิดจากตอนที่นายเหวินทำมีดบาดมือขณะกำลังถลกหนังกบเพื่อนำไปปรุงอาหาร” ตัวอ่อนพยาธิที่อยู่ในตัวกบจึงเข้าสู่ร่างกายของเขาผ่านบาดแผล จนฝังตัวเจริญเติบโตอยู่ในเซลล์สมอง นำไปสู่อาการปวดหัวเรื้อรังตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเพื่อนำพยาธิออกมา ก็พบว่ามันยังมีชีวิตอยู่และดิ้นชอนไชอยู่ในสมองของเขา วัดความยาวของมันได้ถึง 10 ซม.  ด้านทีมแพทย์ยังได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “การติดเชื้อลักษณะนี้ไม่พบได้บ่อยนัก แต่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกาย มันสามารถเคลื่อนไหวไปได้ทั่วร่างกาย รวมถึงสมอง ซึ่งเมื่อมันฝังตัวแล้วจะกัดกินเซล์สมองเป็นอาหารและขับของเสียที่เป็นสารพิษออกมา ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและอาจอันตรายถึงชีวิต หรืออาจสูญเสียความทรงจำ พูดไม่ได้ หรือเป็นอัมพาต”

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าการผ่าตัดดังกล่าวจะเป็นเคสที่ยากและมีความเสี่ยงสูง แต่ก็ประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี โดยตอนนี้เหวินกำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และมีอาการดีขึ้นแล้วตามลำดับ